รักษาโรคปวดเอวได้ ยังใช้รักษาโรคอื่นได้ผลดีด้วย กล่าวกันว่า เป็นจุดลับสำหรับเร้าความปรารถนาทางเซ็กช์ของผู้หญิงโดยเฉพาะจุดช่างเซียนเตี่ยน ไม่เพียงใช้รักษาโรคปวดเอวได้ ยังใช้รักษาโรคปัสสาวะรดที่นอนได้ผลชะงัด แต่ควรใช้วิธีรมด้วยโกฐจุฬาลำพาแห้งขนาดเท่าเม็ดข้าวเปลือก 5-6 ลูกต่อครั้ง ถ้ารังเกียจแผลเป็นหลังรมจุด จะใช้วิธีหยดเทียนแทนก็ได้จุดเทียนชู ใช้รักษาโรคปวดเอวและโรคท้องร่วงได้ผลดี แต่ควรใช้วิธีรมจุดด้วยโกฐจุฬาลำพาแห้งหรือจะทดลองหยดเทียนก็ได้ปวดประสาท,นงประสาทนั่งแยกออกจากไขกระดูกปลายกระดูกสันหลังส่วนเอวเข้าส่ส่1วนเชิงกรานและสะโพก แพยางเป่าลม แพยางหงส์ ลงไปตามขาด้านหลังถึงปลายเท้า พูดได้ว่า เป็นปลายประสาทที่กระจายกว้างมากที่สุด และสัมพันธ์กับอารมณ์ปรารถนาอย่าง แนบ แน่นจุดพื้นฐานที่สุดคือ จุดถุนเตี่ยน อยู่กลางสะโพกด้านในหว่างหัวกระดูกต้นขากับกระดูกเชิงกราน (ดูรูป 2-3.2) ถ้าใช้นิวกดแรง ๆ จะรู้สึกปวด ตรงนี้แหละคือรากประสาทนั่งสำหรับผู้ปวยที่มีอาการปวดประสาทนั่ง ถ้าได้รมจุดถุนเตี่ยนด้วยโกฐจุฬาลำพาแห้งลัก 5-7 ลูก อาการจะดีขึ้นท้นตาเห็น แต่จุดนี้เป็นจุดเร้าความปรารถนาทางเซ็กซ์ด้วย เวลารมจุด จะรู้สึกร้อนวูบวาบ ถ้าทนไม่ได้ จะใช้เข็มดอกเหมยเคาะกระตุ้นบริเวณจุดลักหลายสิบที จนผิวหนังออกสีแดงเรื่อก็ได้ขณะเดียวกัน ควรหยดเทียนบนจุดอินเหม็น (ถ้าขีดเลันตรงจากกลางรอยพับใต้สะโพกมาที่กลางรอยพับด้านหลังหัวเข่า แล้วแบ่งเป็น 14ส่วนหรือ “นิ้ว” เท่า ๆ ห่วงยางแฟชั่นราคา กัน จุดอินเหม็นจะอยู่ห่างจากรอยพับใต้สะโพกลงมา 6 นิ้ว หรือห่างจากรอยพับด้านหัวเข่าขึ้นไป 8 นิ้ว ดูรูปที่ 2-10) ลัก 10หยด และใช้เข็มดอกเหมยเคาะหรือหยดเทียนบนจุดเหว,ยจง (อยู่หว่าง-กลางขาพับด้านหลังหัวเข่า ดูรูปที่2-10) และจุดเฉิงชาน (ถ้ายืนเขย่งปลายเท้าเกร็งน่อง จุดเฉิงชานจะอยู่ที่ยอดปลายแหลมรูปตัว V ควํ่าบริเวณน่อง ดูรูปที่2-11) ตามลำดับ จะได้ผลดียิ่งขึ้น จุดอินเหม็น เหว่ยจงและเฉิงชาน ไม่เพียงใช้รักษาโรคปวดประสาทนั่งได้ผลดี ยังใช้รักษาโรคปวดเอว เอวยอก และปวดขา ปวดน่องได้ผลชะงัดด้วย นอกจากนี้ เครื่องเล่นน้ำ ควรกระตุ้นจุดหยางหลิงเฉฺวียน (ดูรูปที่ 2-7) และจุดจู๋1ซาน,หลี่ (ดูรูปที่ 2-8) ประกอบกัน ถ้าอดทนใช้โกฐจุฬาลำพาแห้งรมจุดได้จะได้ผลเกินคาดยามปกติ เราควรใช้มือนวดคลึง ใช้เข็มดอกเหมยเคาะ หรือใช้เทียนหยด เพื่อกระตุ้นจุดเหล่านี้อย่างสมํ่าเสมอ ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายเจ็บปวย หรือปวยหนักแล้วค่อยรักษา เพราะจะรักษายากและเสียเวลารักษามากปวดประสาทสามแฉกผู้ปวยอาการปวดประสาทสามแฉกบนใบหน้า ล่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง ประสาทที่ว่านี้แยกเป็นสามแฉก ผู้ป่วยอาจปวดแฉกใดแฉกหนึ่ง
ห่วงยางแฟนซีให้เช่า
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
จากคำสัญญา ถึง สัญญาณ (ตอนพิเศษ)
โทนี่กับผมเจอกันตอนวันส่งท้ายปีเก่าในปี 1976 แล้วก็เป็นเพื่อนกันมาเนิ่นนานปานนี้ ตอนเราพบกันเขาทำงานถ่ายแบบอยู่ในนิวยอร์กซิตี เพราะหน้าตาเขาหล่อจึงมีคนมาสนใจเพียบเสมอและเป็นนายแบบขายดีก่อนจะไปเล่นหนัง ความเป็นเพื่อนระหว่างเราเป็นเรื่องที่ผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน เราสองคนเป็นคู่ต่างขั้วแทบทุกเรื่อง โทนี่เหมือนอัลเบิร์ตตรงที่ทั้งคู่เป็นคนคิดเองไม่ค่อยเป็นเอาเลย อาจบางทีเพราะความเปราะบางนี้ก็ได้ที่จุดประกายมิตรภาพระหว่างเรา ถ้าไม่นับที่เราต่างกันคนละเรื่องแล้ว ความถูกซะตาเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกเจอเลยทีเดียวเคลลี่เป็นลูกชายของแนท ดิง โคล
เขาเข้ามาอยู่ในชีวิตทีหลัง คือช่วงด้นปี 80 ที่เขาเริ่มคบกับโทนี่ เคลลี่เป็นรุ่นน้องที่เฉลียวฉลาด แต่โดนตามใจจนเสียเด็ก เจอครั้งแรกผมก็ไม่ชอบขี้หน้าเขาทันที เพราะหมอนี่ เล่นบาร์โหน หยิ่งเหลือรับ ตัวผมเชื่อว่าที่เขายอมคบผมก็เพราะผมสนิทกับโทนี่มากน่ะเอง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่ผมเดาไว้ก่อนตอนแรก คุณพ่อของเขาเลียตั้งแต่เขายังเล็กมากเลยเดาไปอีกว่าเขาโดนตามใจจนเลียก็คงเพราะเรื่องนี้น่ะเองจนอีกหลายปีผ่านไปน่ะแหละผมถึงได้เรื่องราวในวัยเด็กของเขาจรงๆ เคลลี่เป็นลูกขอมาเลี้ยง ตามที่เคลลี่เล่า แนทเป็นคนขอมาเลี้ยงเอง ตอนที่แนท ดิง โคลตาย เคลลี่ก็เลยกลายเป็นภาระที่ไม่มืใครต้องการ อีกหลายปีผ่านไปเคลลี่ถึงเล่าให้ผมฟังว่าแม่กับพี่สาวของเขาไม่ยอมจ่ายเงินค่ารักษามะเร็งที่ประกัน
ราชานักร้องผิวดำ เจ้าของเพลงอมตะอย่าง Nature Bov ทายาทข'รงเขาคอลูกสาวนักร้องเพลงโซล นาตาลี โคล นั่นเองสุขภาพของเขาไม่คุ้มครองให้ เรื่องนี้เองทำให้ผมเพิ่งรับเถึงความปวดร้าวของเขาซึ่งแรกที่เราพบกันนั้นผมไม่เคยรับรู้เลยการทำตัวเย่อหยิ่งไม่เห็นหัวใครของเคลลี่เป็นหน้ากากที่เขาใช้ปิดบังความทุกข์ในใจนั่นเองเคลลี่กับโทนี่เลิกคบเป็นแฟนกัน ผมเลยไม่มีโอกาสเจอเคลลี่อีกเลยจนถึงปี 1986 เขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ การติดเชื้อเอซไอวีช่วยทำให้เขาน้อมใจลงและหล่อหลอมให้เขาอ่อนโยนนุ่มนวลขึ้นมาก เขารับมือกับสภาพนี้ด้วย บาร์โหนติดประตู หนทางที่สร้างสรรค์ ใจผมเองอยากให้คนเราสามารถจัดการกับความทุกข์และการสูญเสียด้วยท่าทีเช่นนี้จริง ๆ เคลลี่เปิดใจรับมากขึ้นและเป็นคนมีเมตตากรุณายิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน ความทุกข์เป็นเครื่องช่วยเปลี่ยนคนบางคนให้ดีขึ้นจริงๆ ครับ แต่บางคนก็กลายเป็นพวกเก็บกดขมขื่นไปเลย ผมเจอเคลลี่โดยบังเอิญที่ซานตามอนิก้า เขาเลยซวนผมไปกินกาแฟกัน เราทบทวนความหลัง เขาเลยสารภาพว่าตอนนี้กำลังมีปัญหาเรื่องการเงินมาก ผมจึงรับปากจะให้เขายืมเงิน ซึ่งการณ์กลับสวนกับภาษิตโบราณเลยเรื่องเงินกลับทำให้เราสองคนสนิทกันมากขึ้น เคลลี่กับผมกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากกว่าสมัยก่อนไปจนตลอดซี'ว่ตของเขาเขาเช้ามาทำให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของเราลมบูรณ์หกเดือนก่อนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 1994 อัลเบิร์ตกับผมได้แต่ทนเห็นอาการของโทนี่ เคลลี่ และมาร์ค ไซม่อนทรุดลง เรากลัวว่านี่เรากำลังเห็นเล็นทางของตัวเองอยู่ใช่ไหม มีแต่วันที่พวกเขาป่วยและนอนโรงพยาบาลมากกว่าวันดี ในสภาพผอมเหมือนเซลยยิวค่ายเอาท์ซวิทข์มากกว่าจะเป็นมนุษย์ที่หล่อเหลา อ่อน หวานและนิสัยดีอย่างที่เคยเป็นก่อนหน้านี้แค่ปีเดียว ทว่าเราก็ยังรวมใจกัน เชิดหน้าล้มนแล้วก้าวเดินต่อไปไม่ยอมแพ้มาร์ค ไซม่อน เป็นรักแท้รักแรกของผมครับ เราพบกันที่ไนต์คลับของลอลแอนเจลิสชื่อสตูดิโอวัน เพื่อนของเราทั้งสองคนแนะนำให้เขารู้จักผม ตัวเขาเองไม่ปิงผมเลยแม้แต่นิดเดียว ผมมาสืบรู้เอาทีหลังว่าเขาเป็นครูสอนแอโรบิค เลยยอมลงทุนเข้าคลาสเขาตั้งหลายอาทิตย์แน่ะกว่าเขาจะใจอ่อนยอมไปกินข้าวกลางวันด้วย หลังจากนัดเที่ยวด้วยกันอีกหลายครั้งความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มมีการพัฒนา ในกลุ่มเล็กๆ ของเราอาการของมาร์คทรุดเร็วกว่าคนอื่นหมด ราวกับเขาขยันติดเชื้อซะทุกเชื้อที่มีในโลกเลยก็ว่าได้ ทีเซลล์ของเขาเหลือศูนย์มาถึงเจ็ดปีแม้แต่หมอของเขาเองก็ยังจนปัญญาไม่รู้ว่าเขายังรอดอยู่ได้อย่างไร ผมเองมั่นใจว่าเป็นเพราะมาร์คมีกำลังใจแรงกล้าที่ เครื่องออกกำลังกายลดหน้าท้อง จะมีชีวิตอยู่บวกกับความดื้อสุดๆ ว่าเขาต้องไม่ตาย มาร์คไม่เคยเชื่อเลยว่าตัวเองจะตาย เขาคิดถึงเอดล์ราวกับว่าตัวเองแค่ติดเชื้อหวัดเดี๋ยวก็หาย ในวาระอวสานนั้น คำสุดท้ายที่เขาเพียรพยายามจะพูดคือ “เดี๋ยวเราก็หายแล้ว เรานอนเตียงมาเกือบปีเรายังเหลือเวลาซดเชยอีกตั้งเยอะ เรายังหนุ่มเกินกว่าจะตาย”น่าเศร้านักที่เขาเชื่ออย่างถอดใจ แต่เขาเชื่อผิดมารคเด็กสุดในกลุ่มเรา จึงเป็นเรื่องทำใจยากที่สุดที่ต้องทนเห็นร่างกายเขาเสื่อมทรามลงไปทุกที มาร์คเป็นคนรักและมีความสุขกับชีวิต เต็มไปด้วยแผนการอนาคตที่วาดเอาไว้จนลมหายใจสุดท้ายทีเดียว อัลเบิร์ตกับผมพากันไปเยี่ยมไข้เขาที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ แต่ละครั้งที่ไป เราสองคนเป็นต้องคิดว่าเขาตายแน่นอน และแต่ละครา ตามสถิติที่ว่าไว้ เขาก็น่าจะตาย ไปเสียตั้งนานแล้ว แต่กลับฟืนตัวขึ้นมาได้อย่างชนิดที่พวกเราก็งงไปตามๆ และแล้วเขาก็กลับไปทรมานใหม่อีกครั้ง เราสองคนคบหาดูใจและเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปี 1985 เขาตายในปี 1995หลังอัลเบิร์ตและโทนี่
ซึ่งเป็นการตายทั้งที่อายุกังน้อยเกินไปเหมือนกับเพื่อนทั้งสองคนมาร์คกลายเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคนในกลุ่มการที่เขาสามารถเห็นความหวังแม้ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดนั่นเองที่เป็นตัวทำให้เขาอยู่มาได้หลายปีแบบที่ทางการแพทย์หาเหตุผลมาตอบไม,ได้ แต่กระนั้นเขาก็กังรอดชีวิตได้ไม่นานพอถ้าเกิดว่าตัวยาใหม่ออกมาเร็วก่อนหน้านั้นเพียงแค่ไม่กี่เดือนมาร์คก็คงรอดชีวิตจากเอดส์ได้ตอนโทนี่ตายในปี 1995 เคลลี่กับผมปวยหนักทั้งคู่ โทนี่ไม่เหมือนมาร์ค เขาถอดใจแล้ว เขาได้เงินก้อนมาบ้างจากหนังทีวีชุดและ ซื้อบาร์โหรได้ที่ไหนMission Impossible แล้วยังมีรายได้จากลิฃสิทธี้เข้ามาเรื่อยๆโทนี่ไต่เต้าเป็นนักแสดงได้จากความหล่อแบบเถือนๆ มาดแมนของเขา แต่พอหน้าตาและพลังของเขาหมดลง เขาก็หมดงานสำหรับโทนี่แล้ว งานแสดงคือทุกสิ่งในชีวิต
บาร์โหน
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
การแยกประเภท ของกระสอบทราย และการเลือกกระสอบทรายให้เข้ากับการใช้งาน
เอาน่า เดี๋ยวมันก็ดีเอง เสียใจด้วยนะ อย่าร้องไห้ไปเลย ถือว่าซวยก็แล้วกันฯลฯคำพูดประมาณนี้เป็นคำพูดที่แสดงความเห็นใจก็จริงเราสามารถพูดได้ก็จริง แต่ไม่ควรจะพูดแล้วก็จากไป เพราะเชื่อเถอะว่าคนที่กำลังเสียใจหรือท้อแห้ใจนั้นไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไรหรอก ลองเป็นคำพูดประมาณนี้จะดีกว่า
ไหนมาดูสิว่าตรงไหนที่พลาดไปทรายลองพยายามแกไขดูไหม นั่งเศร้าอยู่ตรงนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ไปแกไขกันดีกว่า ใครๆ ก็ต้องผ่านจุดนี้ แล้วแต่ว่าต่อไปจะกล้าที่จะสู้ต่อหรือถอยหนีก็เท่านั้น เธอคงไม่อยากจะถอยหนีใช่ไหมฯลฯจะสังเกตเห็นว่าคำพูดต่างๆ เหล่านี้จะเป็นคำพูดที่ชี้ให้เห็นทางแก้ไข และกระตุ้นให้เขาฮึดขึ้นสู้ มากกว่าที่จะแสดงความเห็นใจเพียงอย่างเดียว ซึ่งบางทีก็ไม่ได้เข้าถึงใจของคนที่ท้อแท้หมดกำลังใจด้วยซํ้าไปห‘นุ่มๆ มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการพูดจากับคนรัก เพราะไม'ว่าจะพูดอะไรก็ดูเหมือนจะไม่เข้าหู หรือว่าไม่เข้าใจเธอเสียที กระสอบทรายราคาถูก จนต้องไปพูดหรือคิดในใจว่า “ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจัง” หรือบางทีผู้หญิงก็อาจจะบ่นว่า “ผู้ชายเนี่ยช่างไม่เข้าใจ หรือชอบพูดอะไรที่ไม่ดีเอาเสียเลย”ความจริงแล้วบางทีอาจจะเป็นการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน หรือไม่เข้าใจกันหรืออาจจะเกิดจากคำพูดที่ชวนทำให้ผู้หญิงคิดน้อยใจ หรือว่าเข้าใจผิดนั่นเองดังนั้น หากว่าเราอยากจะให้ความสัมพันธ์นี้ยืดยาวต่อไป เราลองมาดูเคล็ดสับที่จะช่วยทำให้เราพูดกับคนรักได้อย่างสร้างสรรค์เพราะหากว่าพูดดีกระสอบทรายทหารความสัมพันธ์ก็ยืดยาวไกลไปกว่าครึ่งแล้วล่ะเวลาพูดต้องสบตาความจริงก็ไม่ใช่เฉพาะกับคนรักเท่านั้นหรอกที่เวลาพูดต้องสบตา แต่สำหรับคนรักแล้วควรจะสบตามากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะแสดงความจริงใจแล้ว ยังเป็นการแสดงอารมณ์ความรัก และความรู้สึกดีๆ ผ่านออกมาทางสายตาด้วยเราคงจะได้ยินคำกล่าวที่บอกว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจเพราะดวงตาสามารถบอกอารมณ์ ความรู้สึก และบางครั้งก็บอกได้ด้วยว่าคำพูดจริงๆ ในใจของคนคนนั้นคืออะไร ดังนั้น นอกจากจะใช้คำพูดเพียงอย่างเดียวแล้ว การใช้ดวงตาสื่อความหมายก็ดีไม่น้อย โดยเฉพาะกับคนรักที่ในสายตามักจะมีความรักให้แก่กันการที่เราก้มหน้าก้มตาอุปกรณ์ชกมวยหรือว่ามองไปทางอื่นเวลาพูดกับคนรักนั่นแสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจในบทสนทนาที่กำลังพูดกันอยู่ ทำให้เธอหรือเขารู้สึกไม่ดี เพราะในใจของคนรักทุกคนก็ต้องการเป็นคนสำคัญของคนรักนั่นเองพูดคุยกันในบรรยากาศดีๆบรรยากาศนั้นมีความสำคัญต่อคู่รักมาก เพราะบรรยากาศดีๆก็จะช่วยสร้างความโรแมนติก และช่วยสร้างความรักความเข้าใจ การพูดคุยในที่ที่จ้อกแจ้กจอแจก็คงจะสู้ที่ที่มีแต่เสียงธรรมชาติ หรือว่าที่เงียบๆ ไม่ได้หรอกในบางครั้งคนรักกันนั้นต้องการที่ที่มีบรรยากาศเพื่อพูดคุยกันและก็มีการวิจัยออกมาแล้วว่าการพูดคุยกันในบรรยากาศที่ดีๆ จะช่วยทำให้ความสัมพันธ์รุดหน้าไปมากกว่าการที่พูดคุยกันในบรรยา-กาศที่เลวร้าย อย่างเช่นเสียงด้ง หรือว่าห้องที่ทึมๆ
กระสอบทรายหนัง
วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559
เรื่องสั้นชวนเขย่าขวัญ ความมืดและภูตผี
พอพวกเขาตั้งสติได้ จึงหยิบก้อนหินช่วยก้นขว้างใส่สุนัขต้วนั้นอีก มีก้อนหินหลายก้อนโดนมันเต็มๆ ถึงก้บร้องเอ๋ง ก่อนมันจะวิ่งหายไปกับความมืด เขาและเพื่อนๆ คิดว่ามันจะยังแอบชุ่มอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ มันคงจะเฝืาดูเหตุการณ์และทำทีของพวกเราว่าจะทำอย่างไรกับอาหารจานโปรด อันเป็นศีรษะมนุษย์คนนี้สักครู่มีตำรวจหลายนายมาที่เกิดเหตุ พวกเราจึงเดินกลับไปสมทบกับตำรวจ แต่'ได้ให้เพื่อนสองคนเฝืาลูศีรษะคนตาย กลัวว่าสุนัขตัวนั้นจะแอบมาคาบศีรษะคนตายไปอีก
ศพของคนตายถูกรถไฟชนเละจำไม่ได้ว่าเป็นใคร อวัยวะของคนตายส่วนมากทะลักไหลเรี่ยราดอยู่ตามพื้นไป เชือกกระโดดแบบไหน ไกลหลายเมตร ห่างออกไปมีขบวนรถไฟบรรทุกนั้ามันจอดติดเครื่องยนต์ตังกระหึ่มเขากับเพื่อนไปยืนอยู่ข้างศพคนตายเป็นผู้หญิง น่าจะวัยกลางคน ศพที่เขาเห็นน่าจะเป็นซากศพมากกว่า เพราะร่างกายโดนรถไฟชนอย่างแรงจนฉีก ร่างกายแหลกเหลวเละเหมือนโจ๊กระลูกแตกหักไม่เป็นชิ้นดี แพทย์และตำรวจต่างทำหน้าที่ของตนอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นคดีอาญาบ้านเมืองนอกจากจะมีตำรวจและอาสาสมัครกู้ภัยแล้ว ยังมีบรรดาไทยมุงอีกจำนวนหนึ่งมายืนมองดูเหตุครั้งนี้
ซึ่งเขาจะเห็นบรรดาไทยมุงทุกสถานที่เกิดเหตุ และเขาได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนปะปนอยู่กับไทยมุง หน้าตาคล้ายกับคนตายที่โดนรถไฟชน เชือกกระโดดราคาถูก เขาเพ่งมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความสนใจ จึงสะกิดแขนให้เพื่อนดูผู้หญิงคนตังกล่าว เพื่อนถึงกับผงะเอามือขยี้ลูกตา“คนหรือผี...!
เล่นหลอกกนสดๆ เลยหรือนี่’’เขาขนลุกเกรียวแต่ไม่บอกเรื่องนี้ใหัคนอื่นฟัง กลัวจะถูก ตำหนิและถูกหาว่าเป็นโรคประสาทจิตหลอน จึงเก็บเรื่องนี้เอาไว้เพียงแค่เขากับเพื่อนสองคนเท่านั้น ยังไม่ท้นได้ทำอะไรกับศพคนตายเลย เพื่อนๆที่อยู่เผีาศีรษะคนตายวิ่งหน้าตื่นมาสมทบ พวกเขาปากพูดละลั้าละลักด้วยเสียงอันสั่นเท“เฮีย...ผะ ผะ ผะ...ผีหัวขาดหลอกพวกผม”ตำรวจยศนายสิบสองนายที่ยืนอยู่ข้างเขาได้ยินเพื่อนคนนี้พูด รีบพูดสวนขื้นทันควันว่า“อาสาสมัครตาฝาดไปหรือเปล่า พาไปดูหน่อยสิ”เพื่อนๆ ที่โดนผีหลอกกล้าๆ กล้วๆ ปฏิเสธที่จะพาตำรวจสองนายไปดู เขาจึงพาตำรวจทั้งสองนายเดินไปลูศีรษะขาดที่ตกอยู่ข้างริมทางรถไฟ เชือกกระโดดไร้สาย แสงไฟจากสปอดไลต์ที่เขาส่องไปกระทบศีรษะของคนตายวางอยู่ แต่สภาพศีรษะคอขาดไม่ได้ตั้งอยู่ในลักษณะเดิมที่เขาเห็นเมื่อตะกี้ เขายังนึกฉงนและแปลกใจ ศีรษะคนตายขยับเปลี่ยนท่าตั้งใหม่ได้อย่างไร เสียงตำรวจนายหนึ่งพูดว่า“อาสา...นายล่องไฟจ่อไปใกล้ๆ ให้พวกผมดูศีรษะคนตายหน่อยสิ”
ติดตามตอนต่อไป......
เชือกกระโดดนักมวย
ศพของคนตายถูกรถไฟชนเละจำไม่ได้ว่าเป็นใคร อวัยวะของคนตายส่วนมากทะลักไหลเรี่ยราดอยู่ตามพื้นไป เชือกกระโดดแบบไหน ไกลหลายเมตร ห่างออกไปมีขบวนรถไฟบรรทุกนั้ามันจอดติดเครื่องยนต์ตังกระหึ่มเขากับเพื่อนไปยืนอยู่ข้างศพคนตายเป็นผู้หญิง น่าจะวัยกลางคน ศพที่เขาเห็นน่าจะเป็นซากศพมากกว่า เพราะร่างกายโดนรถไฟชนอย่างแรงจนฉีก ร่างกายแหลกเหลวเละเหมือนโจ๊กระลูกแตกหักไม่เป็นชิ้นดี แพทย์และตำรวจต่างทำหน้าที่ของตนอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นคดีอาญาบ้านเมืองนอกจากจะมีตำรวจและอาสาสมัครกู้ภัยแล้ว ยังมีบรรดาไทยมุงอีกจำนวนหนึ่งมายืนมองดูเหตุครั้งนี้
ซึ่งเขาจะเห็นบรรดาไทยมุงทุกสถานที่เกิดเหตุ และเขาได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนปะปนอยู่กับไทยมุง หน้าตาคล้ายกับคนตายที่โดนรถไฟชน เชือกกระโดดราคาถูก เขาเพ่งมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความสนใจ จึงสะกิดแขนให้เพื่อนดูผู้หญิงคนตังกล่าว เพื่อนถึงกับผงะเอามือขยี้ลูกตา“คนหรือผี...!
เล่นหลอกกนสดๆ เลยหรือนี่’’เขาขนลุกเกรียวแต่ไม่บอกเรื่องนี้ใหัคนอื่นฟัง กลัวจะถูก ตำหนิและถูกหาว่าเป็นโรคประสาทจิตหลอน จึงเก็บเรื่องนี้เอาไว้เพียงแค่เขากับเพื่อนสองคนเท่านั้น ยังไม่ท้นได้ทำอะไรกับศพคนตายเลย เพื่อนๆที่อยู่เผีาศีรษะคนตายวิ่งหน้าตื่นมาสมทบ พวกเขาปากพูดละลั้าละลักด้วยเสียงอันสั่นเท“เฮีย...ผะ ผะ ผะ...ผีหัวขาดหลอกพวกผม”ตำรวจยศนายสิบสองนายที่ยืนอยู่ข้างเขาได้ยินเพื่อนคนนี้พูด รีบพูดสวนขื้นทันควันว่า“อาสาสมัครตาฝาดไปหรือเปล่า พาไปดูหน่อยสิ”เพื่อนๆ ที่โดนผีหลอกกล้าๆ กล้วๆ ปฏิเสธที่จะพาตำรวจสองนายไปดู เขาจึงพาตำรวจทั้งสองนายเดินไปลูศีรษะขาดที่ตกอยู่ข้างริมทางรถไฟ เชือกกระโดดไร้สาย แสงไฟจากสปอดไลต์ที่เขาส่องไปกระทบศีรษะของคนตายวางอยู่ แต่สภาพศีรษะคอขาดไม่ได้ตั้งอยู่ในลักษณะเดิมที่เขาเห็นเมื่อตะกี้ เขายังนึกฉงนและแปลกใจ ศีรษะคนตายขยับเปลี่ยนท่าตั้งใหม่ได้อย่างไร เสียงตำรวจนายหนึ่งพูดว่า“อาสา...นายล่องไฟจ่อไปใกล้ๆ ให้พวกผมดูศีรษะคนตายหน่อยสิ”
ติดตามตอนต่อไป......
เชือกกระโดดนักมวย
วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559
กล้ามเนื้อคนเราสามารถ แข็งแรงได้ด้วยการโหนบาร์ ตอนที่จบ
ท้าทาย นักเลงสมัยก่อนดีอย่าง พูดจริงไม่เอาเปรียบกันเขาถือนัก หากใครละเมิดไม่ใช่ลูกผู้ชาย ตาพวงเข้าทำนองอย่างนั้น นัดตีกันด้วยใมัคมแฝกนี่ไม่ได้เอาอย่างละครมาเล่าให้ฟังนะครับพี่หนอม มันเรื่องจริงๆ” นิคมกลัวผมไม่เชื่อจึงขอยืนยัน ผมพยักหน้าและว่า แถวบ้านผมอยุธยาก็มีอย่างนีหวดกันหัวล้างข้างแตก นิคมจึงเล่าต่อ“ตาพวงเล่นไม่ซื่อ ในหนังสือที่ท้ามา บอกซัดกันตัวต่อตัวในงานวัดแห่งหนึ่งใกล้แถวนี้ ถึงเวลาคืนนั้น กล้ามเนื้อ โผล่มาอีกสองเท่ากับสามรุมหนึ่ง ตาสมที่ร่างกายใหญ่ราวกับยักษ์ ถูกไม้คมแฝกของตาพวงลงหลังก่อนอันตับแรกหัวทิ่มไปข้างหน้านิดเดียว แล้วเอาขายันพื้นหันกลับมาหวดสีข้างตาพวงที่
ก้าวเข้าหาอย่างเร็วหมายเร่งเผด็จศึก ตังพลั่ก ขณะสาวเท้าจะตีซ้ำกลางหัวได้เพียงแค่ยกไม้เท่านั้น มาข้างหลังสองคนหนึ่งล่อพลั่กเข้าที่ก้านคอ ที่เหลือหวดเข้าขาพับด้านหลัง กะให้พับฐานจะได้รุมกินโต๊ะกันง่ายหน่อย แต่ไม่เป็นอย่างคิด ตาสมเพียงแต่เข่าย่อลงเล็กน้อยไม่ถึงกับทรุด อาตัยวิชามวยเก่า ใช้ลูกกวางเหลียวหลัง บาร์โหนราคาถูก ถีบหน้าเจ้าคนแรกผงะหงายไม่เป็นท่า เซหลุนๆ ไปล้มก้นจาเบ้า ตาพวงฉวยโอกาสถลันเข้าหาหมายตีแสกหน้า ตาสมที่รีบยกคมแฝกในมือตวัดรับอย่างรวดเร็ว แล้วหวดปับเข้าตรงขมับเขาเรียกพัดดอกไม้ใช่ไหม” นิคมจ้องหน้าถามผม ก็พยักหน้าและว่า ใช่มั้งเพราะตรงนั้นข้างพอดีนี่ ถือโอกาสชักนิคมระหว่างหยุดขอความเห็น“ตอนนั้น คุณอถู่ในเหตุการณ์เลยหรือ”“ใช่ ไม่เพียงแต่ผมคนเดียวหรอก คิดดูงานวัดมาเที่ยวแน่นขนัดมากมาย พ่อล่อกันนัวเนีย กระจายฮือราวกับผึ้งแตกรัง ตอนนั้น
กำลังดูดนตรีลูกทุ่งอถู่ พอผู้ว่าตีกันด้วยความยังเป็นเด็กก็อยากเห็นจะๆ ลักที ไม่กลัวเลยจนนิดเดียวเชื่อไหมว่า ผมและอีกหลายสิบตามติดดูตลอด เขาไม่ได้ใช้ปีนหรือระเบิดเหมือนสมัยนี้จึง 'ผู้ไ,'ม่น่า'จะเกิดอันตรายกับใคร ยังล่งเสียงเชียร์กัน ลั่นลานวัด บาร์โหนเพิ่มกล้าม ผมเองเข้าข้างตาสมเพราะคนบ้านเดียวกัน แล้วยังถูกรุมตั้งสาม”นิคมอธิบายจนลืมแก้วน้ำสีเหลือง เลยต้องเอื้อมหยิบส่งให้บอก กินซะก่อนเดี๋ยวเซ็งหมด แล้วถาม“สรุบผลเลยว่าใครแน่กว่ากัน”ตาสมสิครับ แกใช้ทั้งคมแฝกกับแม่ไม้มวยไทย ไม,นานหรอก ตาพวงต้องเพลางถอยหนีไปด้วย จนหายเช้ารวมกับฝูงซน ขณะตาลมสาละวนล่อไอ้สองคนนั่นม่อยกระรอกคาตีนที่ใหญ่หนาเตอะ แกถ่มน้าลายแล้วพูดด้วยความโกรธ “ไอ้พวกหน้าตัวเมียรุมถู” จากนั้นกลับบ้านเฉย งานวัดก็รื่นเริงกันต่อ ที่นี่เขาคิดเป็นธรรมดาเรื่องตีกัน เพราะเป็นประจำอยู่แล้ว ขออย่างเดียวต้องล้กันซึ่งหน้า นี่เป็นนักเลงสมัยเก่าของจริง ผมก็ว่าน่าสนุกนะครับพี่หนอมทั้งตื่นเต้นหวาดเสียว อีตอนที่ตาลมแกหวดแต่ละครั้งคุณเอ๋ย กระเด้งกระดอนตามไม้ทีเดียว แกเองโดนแต่ละทีก็ใช่เล่น แต่ทนไหว“แล้วขาของตาสมด้วนเพราะอะไรล่ะ” ผมซักระหว่างนิคมหยุดเล่าเพี่อผสมน้าอย่างว่า“แกเสียอถู่อย่าง บาร์โหนสำเร็จรูป ใจร้อน และอุปนิสัยทารุณ" นิคมกระดกเหล้าแล้วเล่าต่อ”ไม่ว่าคนหรือสัตว์ลองโกรธไม่ไว้เลย เมียสองคน พูดคำเดียว “เฮ้ยกูชอบมึงไปอถู่ด้วยกันไหม”ทั้งคู่ต้องมาหาถึงบ้านไม่งั้นแกก็'ไห้'พรรคพวกหรือ
ลูกน้องไปฉุดเอาดื้อๆ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง พูดหยาบๆ นะ ขนาดหมาตัวหนึ่งเห่า ระหว่างที่เดินไปตาทาง ยังไม่ไว้เลยกลับบ้านไปเอาปีนมายิงขาจนไอ้ตัวนั้นเดินไม่ไต้ นี่แหละความโหดเหี้ยมของตสมมาระยะหนึ่ง ผมอายุลักสิบแปดเห็นจะได้ แกลงสมัครเช้าชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ตอนนั้นรู้สึกยังไม่มี อ.บ.ต. หรืออย่างใดนี่แหละ ให้ลูกน้องไปบอกตามบ้านเชิญทุกคนมากินเลี้ยงยังหลังที'เราไปเมื่อครู่นี้ไง ลัดโต๊ะยาวยืดกะว่าคนต้องมาเป็นร้อย แล้วก็จริง วันนั้นทั้งหญิงชาย เฒ่าแก่เพียบ “พี่เชื่อไหม” นิคมหันถามผม ก็รีบพูดแทรก “บอกมาก่อนสิเรื่องอะไร น่าเชื่อหรือไม่'ถึงจะตอบฐก” หนุ่มเจ้าของไร่ยาสูบค้อนเพราะรู้ผมแกล้งขัดจังหวะเล่นจึงว่าเล่าต่อเถอะเชื่อหมดทุกคำ
บาร์โหน
ก้าวเข้าหาอย่างเร็วหมายเร่งเผด็จศึก ตังพลั่ก ขณะสาวเท้าจะตีซ้ำกลางหัวได้เพียงแค่ยกไม้เท่านั้น มาข้างหลังสองคนหนึ่งล่อพลั่กเข้าที่ก้านคอ ที่เหลือหวดเข้าขาพับด้านหลัง กะให้พับฐานจะได้รุมกินโต๊ะกันง่ายหน่อย แต่ไม่เป็นอย่างคิด ตาสมเพียงแต่เข่าย่อลงเล็กน้อยไม่ถึงกับทรุด อาตัยวิชามวยเก่า ใช้ลูกกวางเหลียวหลัง บาร์โหนราคาถูก ถีบหน้าเจ้าคนแรกผงะหงายไม่เป็นท่า เซหลุนๆ ไปล้มก้นจาเบ้า ตาพวงฉวยโอกาสถลันเข้าหาหมายตีแสกหน้า ตาสมที่รีบยกคมแฝกในมือตวัดรับอย่างรวดเร็ว แล้วหวดปับเข้าตรงขมับเขาเรียกพัดดอกไม้ใช่ไหม” นิคมจ้องหน้าถามผม ก็พยักหน้าและว่า ใช่มั้งเพราะตรงนั้นข้างพอดีนี่ ถือโอกาสชักนิคมระหว่างหยุดขอความเห็น“ตอนนั้น คุณอถู่ในเหตุการณ์เลยหรือ”“ใช่ ไม่เพียงแต่ผมคนเดียวหรอก คิดดูงานวัดมาเที่ยวแน่นขนัดมากมาย พ่อล่อกันนัวเนีย กระจายฮือราวกับผึ้งแตกรัง ตอนนั้น
กำลังดูดนตรีลูกทุ่งอถู่ พอผู้ว่าตีกันด้วยความยังเป็นเด็กก็อยากเห็นจะๆ ลักที ไม่กลัวเลยจนนิดเดียวเชื่อไหมว่า ผมและอีกหลายสิบตามติดดูตลอด เขาไม่ได้ใช้ปีนหรือระเบิดเหมือนสมัยนี้จึง 'ผู้ไ,'ม่น่า'จะเกิดอันตรายกับใคร ยังล่งเสียงเชียร์กัน ลั่นลานวัด บาร์โหนเพิ่มกล้าม ผมเองเข้าข้างตาสมเพราะคนบ้านเดียวกัน แล้วยังถูกรุมตั้งสาม”นิคมอธิบายจนลืมแก้วน้ำสีเหลือง เลยต้องเอื้อมหยิบส่งให้บอก กินซะก่อนเดี๋ยวเซ็งหมด แล้วถาม“สรุบผลเลยว่าใครแน่กว่ากัน”ตาสมสิครับ แกใช้ทั้งคมแฝกกับแม่ไม้มวยไทย ไม,นานหรอก ตาพวงต้องเพลางถอยหนีไปด้วย จนหายเช้ารวมกับฝูงซน ขณะตาลมสาละวนล่อไอ้สองคนนั่นม่อยกระรอกคาตีนที่ใหญ่หนาเตอะ แกถ่มน้าลายแล้วพูดด้วยความโกรธ “ไอ้พวกหน้าตัวเมียรุมถู” จากนั้นกลับบ้านเฉย งานวัดก็รื่นเริงกันต่อ ที่นี่เขาคิดเป็นธรรมดาเรื่องตีกัน เพราะเป็นประจำอยู่แล้ว ขออย่างเดียวต้องล้กันซึ่งหน้า นี่เป็นนักเลงสมัยเก่าของจริง ผมก็ว่าน่าสนุกนะครับพี่หนอมทั้งตื่นเต้นหวาดเสียว อีตอนที่ตาลมแกหวดแต่ละครั้งคุณเอ๋ย กระเด้งกระดอนตามไม้ทีเดียว แกเองโดนแต่ละทีก็ใช่เล่น แต่ทนไหว“แล้วขาของตาสมด้วนเพราะอะไรล่ะ” ผมซักระหว่างนิคมหยุดเล่าเพี่อผสมน้าอย่างว่า“แกเสียอถู่อย่าง บาร์โหนสำเร็จรูป ใจร้อน และอุปนิสัยทารุณ" นิคมกระดกเหล้าแล้วเล่าต่อ”ไม่ว่าคนหรือสัตว์ลองโกรธไม่ไว้เลย เมียสองคน พูดคำเดียว “เฮ้ยกูชอบมึงไปอถู่ด้วยกันไหม”ทั้งคู่ต้องมาหาถึงบ้านไม่งั้นแกก็'ไห้'พรรคพวกหรือ
ลูกน้องไปฉุดเอาดื้อๆ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง พูดหยาบๆ นะ ขนาดหมาตัวหนึ่งเห่า ระหว่างที่เดินไปตาทาง ยังไม่ไว้เลยกลับบ้านไปเอาปีนมายิงขาจนไอ้ตัวนั้นเดินไม่ไต้ นี่แหละความโหดเหี้ยมของตสมมาระยะหนึ่ง ผมอายุลักสิบแปดเห็นจะได้ แกลงสมัครเช้าชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ตอนนั้นรู้สึกยังไม่มี อ.บ.ต. หรืออย่างใดนี่แหละ ให้ลูกน้องไปบอกตามบ้านเชิญทุกคนมากินเลี้ยงยังหลังที'เราไปเมื่อครู่นี้ไง ลัดโต๊ะยาวยืดกะว่าคนต้องมาเป็นร้อย แล้วก็จริง วันนั้นทั้งหญิงชาย เฒ่าแก่เพียบ “พี่เชื่อไหม” นิคมหันถามผม ก็รีบพูดแทรก “บอกมาก่อนสิเรื่องอะไร น่าเชื่อหรือไม่'ถึงจะตอบฐก” หนุ่มเจ้าของไร่ยาสูบค้อนเพราะรู้ผมแกล้งขัดจังหวะเล่นจึงว่าเล่าต่อเถอะเชื่อหมดทุกคำ
บาร์โหน
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558
กินอาหารที่มีประโยชน์ และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสอ เพื่อสุขภาพที่ดี
เซ็นนามบัตรผ่านแดนให้มลสักแผ่นได้ไหม”
ปลัดร่างเตี้ยละลํ่าละลักตอบ “ได้ๆ ได้จ๊ะ” รีบเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งหยิบกระเป๋าถือนามบัตรออกมาเขียนโดยไม่ได้คิดถึงอะไรทั้งนั้น“ของทั้งหมดนี่เป็นของผม ขายบาร์โหนราคาถูก แล้วเซ็นชื่อเรียบร้อย” กลับมายื่นให้มลฤดีที่รับแล้วใส่กระเป๋าถือของเธอยังไม่ทันตั้งตัว บาร์โหนเด็ก ท่านปลัดโถมเข้าทับร่างมลฤดีอย่างหื่นกระหาย ปากคอสั่นบอก “คราวนี้คุณต้องให้ผมบ้างละนะ”หญิงสาวพยายามขัดขืนขณะท่านปลัดบ้ากามปลุกปลิ้าเป็นพัลวัน เธอแอบดึงผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บข้างเอวป้ายยาสลบชนิดรุนแรงไว้แล้วขณะปลัดเผลอ ออกมาโปีะที่จมูกจอมบ้าคลั่งผู้หญิง แล้วปล่อยให้เล้าโลมอย่างเมามันหลับตาปีด้วยความสุขไม่ถึงสองอึดใจหงายผึ่งแผ่หลา มือเท้ากางเหมือนคางคกโดนรถทับมลฤดีนั่งมองภาพที่เธอคิดว่าทุเรศลิ้นดี ทั้งหัวล้านตัวสั้นม่อต้อเพื่อทอดเวลาให้คนติดตาม ที่เธอสังเกตเห็นตอนเข้ามาถามเจ้าหน้าที่ต้อนรับ มีอยู่สองคนหากเดาไม่ผิด เพราะระหว่างจะเข้าลิฟต์มันมองตามตลอด และเป็นไปตามคาด เมื่อลิฟต์เปิดเธอรีบก้าวออก ไอ้สองคนนั่น แทรกตัวอย่างเร็วสวนเข้าทันที
มลฤดีสาวเท้าไปหน้าอพาร์ตเมนต์ อาวุธจอดรถคอยทีอยู่ก่อนแล้วเมื่อหญิงสาวเปิดประตูก้าวขึ้นนั่งเคียงข้าง จึงเหยียบตันเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เอ่ยถาม“ได้เรื่องไหม”มลฤดีหัวเราะก่อนตอบ “จะเหลือเหรอะ” แล้วเปิดกระเป๋าถือหยิบแบงก์ใบละพันสามปีก พร้อมสร้อยคอหนักสิบบาท พระเหลี่ยมทองเกือบสิบองค์ซึ่งเหมือนปล้นจากท่าปลัดก่อนจะหนีออกจากห้อง ให้ผัวสุดที่รักดูพลางถาม “ฉันเก่งไหม"อาวุธตอบพร้อมหัวเราะ “เก่งจ้าmuscle” ทั้งสองตะบึงรถออกจากกรุงเทพฯ ทันทีมุ่งตรงยังภาคเหนือ เพราะรู้อีกไม่กี่ชั่วโมงแต่นี้ไปต้องถูกตามล่าแน่นอนขณะคนติดตามท่านปลัดซึ่งขึ้นมาเห็นเจ้านายอยู่ในฐานะหมดสภาพรีบนำล่งโรงพยาบาลใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะแก้ไขจนพื่น ไม่กล้าโวยวายยังให้ทั้งสองที่ใกล้ชิดปิดปากเก็บไว้เป็นความลับแต่เป็นกระทรวงโด่งดังจึงปิดบังบรรดานักข่าวหาได้ไม่ ขึ้นหน้าหนึ่งเกือบทุกฉบับ ปลัดกระทรวงหื่นกามถูกลูบคมจากสาวเซ็กซี่ไฮโซ ลอกคราบหมดตัว สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสอบสวนเลยลึกไปจนถึงปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
หนำซํ้ารารวยผิดปกติ ถูกศาลตัดสินจำคุกยี่สิบปี ทรัพย์สินหาที่มาไม่ได้ยึดเช้าหลวงทั้งหมดเป็นอันว่านายเอนกที่ก่อกรรมทำเวรต้องมาชดใช้เมื่อแก่ ไปหนึ่งละยังเหลืออีกสอง ที่หนีออกจากกรุงเทพฯ เดินทางเช้าประเทศเพื่อนบ้านแทนที่จะซื้อเพชรพลอยมาขายแม้จะไม่ถูกกฎหมายยังพอทน แต่เขาทั้งสองกลับคิดรวยทางลัด นำยาเสพติดเช้ามาทำลายคนในชาติอันเป็นที่รักของเราทุกคนโดยใช้นามบัตรของปลัดเอนกผ่านด่านมาได้อย่างหวุดหวิด บาร์โหนติดประตู
เนื่องจากเรื่องถูกสอบสวนมันเร็วเกินที่เจ้าหน้าที่จะสั่งระงับยับยั้งได้ทันกับนามบัตรนายเอนกแผ่นนั้น อาวุธอาศัยสมัยยังเที่ยวเตร่ระดับไฮโซ จึงยังพอมืคนรู้จักอยู่มาก ขายทั้งยาบ้า กัญชาแท่ง เฮโรอีน ที่รารวยมหาศาลเป็นยาอี เพราะหายาก เป็นที่ต้องการในหมู่นักเที่ยว รวมไปถึงเยาวชน และคนทุกระดับ เรียกว่าซื้อง่ายขายคล่อง มีเท่าไหร่ไม่พอ ราคาจึงสูงลิบลิ่วแม้เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดกวดขันจับกันไม่เว้นเป็นรายชั่วโมง แต่ทั้งอาวุธและมลฤดีคงยังไม,ถึงเวลา จึงลอยนวลอยู่ได้อย่างมีความสุข ซื้อบ้าน
จัดสรรหลังงาม วิธีติดบาร์โหน ขี่รถคนละคันราคาหลายล้าน จึงเป็นที่เพ่งเล็งจากสายสืบไม่มีงานหรือธุรกิจอย่างใดด้วยกันทั้งสอง แต่รํ่ารวยอีกทั้งความเป็นอยู่ระดับเศรษฐีและ,นั่นแหละอยาก1จะยํ้าอีกครั้ง กรรมมีจริง อาวุธถึงเวลาแล้ว เพราะชะล่าใจคิดว่าตนเองมีพวกมาก หว่านเงินติดสินบนเจ้าหน้าที่ อีกทั้งคนรอบข้างอย่างไม่อั้น จึงรอดทุกครั้งก่อนถูกเข้าจับกุม จะรู้ตัวล่วงหน้าเสมอจากมือปราบหนุ่มคนหนึ่งยศพันเอก ปลอมตัวเข้ามาเป็นคนขับรถซึ่งติดยาบ้างอมแงม ท่านเอาอย่างในละครมาหรือเปล่าไม่รู้ แต่ก็,จัดการ'จน1ได้
บาร์โหนสำเร็จรูป
ออกกำลังกายอย่างไร ให้ชีวิตเป็นสุข
เมนต์กินอยู่หลับนอน อาวุธจึงย้ายมาอยู่เสียทีบ้านมลฤดี และเนืองจากทังคู่ต่างไม่มีงานประจำทำเป็นหลักแหล่ง อาวุธที่เริ่มอายุมากขึ้น อาชีพขายตัวที่เคยทำ จึงต้องเลิกราไปตามลังขารเพราะเด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาประกวดล้นหลาม ให้พวกผู้ดีมีเงินเลือกสรรเรียกใช้บริการมากมายเหมือนดอกเห็ดเฉพาะพวกมักมากในกามนะครับ ท่านผู้มีศีลธรรมละอายต่อบาป1ไม่เกี่ยวส่วนมลฤดี เธอไม่มีงานมานานแล้ว ตั้งแต่ถูกระดมอเปหิออกจากบ้านมา ก็ต้องดิ้นรนขอยืมเงินจากใครต่อใครเพื่อใช้จ่ายประจำวัน จนเริ่ม
เป็นหนี้พอกพูน ทั้งสองต้องอยู่ด้วยกันอย่างแร้นแคนผิดหวัง อาวุธเริ่มออกหัวคิดให้มลฤดีใช้ความสวยหาเงินในทางไม่ชอบ เอ่ยกับเธอระหว่างอยู่กันตามลำพังในห้องที,บ้าน “จะแนะนำให้รู้จักคนหนึ่งเป็นข้าราชการ บาร์โหนราคาถูก ถ้ามลจับเขาได้รับรองเราสบายไปอีกนาน”เธอหันมาย้อนถามขณะกำลังหวีผมหน้ากระจกเครื่องแป้ง “แน่ใจนะว่ามีเงิน แล้วอายุเท่าไหร่”อาวุธที่นั่งไขว่ห้างบนเตียงนอนยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ “โธ่ ระดับปลัดกระทรวงเชียวแหละ เซ็นอนุมัติแต่ละโครงการคิดเอาเองสิ เท่าไหร่ สิวนหนุ่มหรือแก่ไปกังวลทำไม เธอเพียงแต่หลอกเขา ไม่ได้ให้ไปเป็นเมียมัน หรือนี่คิดจะตีจากกัน”มลฤดีรีบชะงักการแต่งหน้า หันเร็ว
มาตอบ เพราะรู้อยู่ อาวุธแม้จะผ่านหญิงอื่นมามาก แต่กลับเธอหึงเอาการเชียวแหละเคยถึงกับลงมือแล้วครั้งหนึ่ง เพียงแค่ยิ้มให้คนที่รู้จักกันมาก่อน จึงเลี่ยงบอกที่อยากรู้ “เพราะต้องหาทางไว้ ถ้ายังหนุ่มแน่นจะได้ระวังตัว แต่อายุมากค่อยเบาใจหลอกง่ายหน่อย”อาวุธพยักหน้างึกๆ ก้าวลงจากเตียงเข้ามายืนด้านหลังเอ่ยบอก
“แต่คนนี้ไม่ใช่ธรรมดาเป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจไม่แพ้หนุ่มๆ ผู้ร่วมงานใน กระทรวง เสร็จแกไปแล้วหลายคน ไม่กล้าแอะสักคำ ประกอบบาร์โหน เพราะคงอายหรืออาจกลัวถูกกลั่นแกล้งบังคับให้ออก”
ครั้นมลฤดีบอกตกลงใจจะทำตามอาวุธซึ่งออกหัวคิดอันชั่วร้ายนีจึงพาเธอไปยังร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งที่รู้ว่านายเอนกปลัดกระทรวงที่ตนเอ่ยถึงชอบมานั่งกินมื้อเที่ยง และเป็นไปตามคาด พอผลักประตูเข้าห้องแอร์นายนั่นนั่งอยู่กับพรรคพวกสามสี่คน คงเป็นพ่อค้าที่มาขอความช่วยเหลือนั่นเอง อาวุธเดา ระหว่างพาเมียสาวที่วันนี้ให้เธอแต่งตัวยั่วกิเลสเพศตรงข้ามมากที่สุด ครั้นผ่านโต๊ะของท่านปลัดหัวเถิกครึ่งบ้าน ชํ้าเตี้ยม่อต้ออีกต่างหาก อาวุธหนุ่มอันตรายของสังคมเหลือบลังเกตเห็นนายเอนกมองสะโพกมลฤดีตามจนตาแทบถลนออกนอกเบ้า บาร์โหนลดหน้าท้อง ถึงโต๊ะว่างจึงต่างลงนั่ง กระซิบบอกเมีย “รับรองงานนี้ไม่พลาด”หญิงสาวย้อนถาม
“รู้ได้ยังไง ได้รับคำตอบ ตนสังเกตนายห้วเลี่ยนนั่นมองก้นเธอ แถมสูดปากอีกด้วย”
มลฤดีไม่ตอบ เหลือบตาไปมองปลัดมักมากในกาม ส่งโปรยยิ้มให้นิดหนึ่งเป็นการหยั่งเชิง นายเตี้ยแสดงสีหน้าสนใจอยากรู้จักอย่างเห็นได้ชัดมลฤดีจึงกระซิบบอกผัวผู้ร่วมกระบวนการหลอกเหยื่อ “จริงอย่างวุธพูด แกมองฉันตาละห้อยทีเดียว”ไอ้หนุ่มเจ้าเล่ห์หัวเราะเบาและว่า “เดี๋ยวพอพี่ออกไบ่แล้ว คัดการเลยอย่าให้พ้นคืนนี เพราะเงินไม่มีติดตัวแล้วทังสองคน”
บาร์โหน
เป็นหนี้พอกพูน ทั้งสองต้องอยู่ด้วยกันอย่างแร้นแคนผิดหวัง อาวุธเริ่มออกหัวคิดให้มลฤดีใช้ความสวยหาเงินในทางไม่ชอบ เอ่ยกับเธอระหว่างอยู่กันตามลำพังในห้องที,บ้าน “จะแนะนำให้รู้จักคนหนึ่งเป็นข้าราชการ บาร์โหนราคาถูก ถ้ามลจับเขาได้รับรองเราสบายไปอีกนาน”เธอหันมาย้อนถามขณะกำลังหวีผมหน้ากระจกเครื่องแป้ง “แน่ใจนะว่ามีเงิน แล้วอายุเท่าไหร่”อาวุธที่นั่งไขว่ห้างบนเตียงนอนยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ “โธ่ ระดับปลัดกระทรวงเชียวแหละ เซ็นอนุมัติแต่ละโครงการคิดเอาเองสิ เท่าไหร่ สิวนหนุ่มหรือแก่ไปกังวลทำไม เธอเพียงแต่หลอกเขา ไม่ได้ให้ไปเป็นเมียมัน หรือนี่คิดจะตีจากกัน”มลฤดีรีบชะงักการแต่งหน้า หันเร็ว
![]() |
| บาร์โหนนำเข้า |
มาตอบ เพราะรู้อยู่ อาวุธแม้จะผ่านหญิงอื่นมามาก แต่กลับเธอหึงเอาการเชียวแหละเคยถึงกับลงมือแล้วครั้งหนึ่ง เพียงแค่ยิ้มให้คนที่รู้จักกันมาก่อน จึงเลี่ยงบอกที่อยากรู้ “เพราะต้องหาทางไว้ ถ้ายังหนุ่มแน่นจะได้ระวังตัว แต่อายุมากค่อยเบาใจหลอกง่ายหน่อย”อาวุธพยักหน้างึกๆ ก้าวลงจากเตียงเข้ามายืนด้านหลังเอ่ยบอก
“แต่คนนี้ไม่ใช่ธรรมดาเป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจไม่แพ้หนุ่มๆ ผู้ร่วมงานใน กระทรวง เสร็จแกไปแล้วหลายคน ไม่กล้าแอะสักคำ ประกอบบาร์โหน เพราะคงอายหรืออาจกลัวถูกกลั่นแกล้งบังคับให้ออก”
ครั้นมลฤดีบอกตกลงใจจะทำตามอาวุธซึ่งออกหัวคิดอันชั่วร้ายนีจึงพาเธอไปยังร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งที่รู้ว่านายเอนกปลัดกระทรวงที่ตนเอ่ยถึงชอบมานั่งกินมื้อเที่ยง และเป็นไปตามคาด พอผลักประตูเข้าห้องแอร์นายนั่นนั่งอยู่กับพรรคพวกสามสี่คน คงเป็นพ่อค้าที่มาขอความช่วยเหลือนั่นเอง อาวุธเดา ระหว่างพาเมียสาวที่วันนี้ให้เธอแต่งตัวยั่วกิเลสเพศตรงข้ามมากที่สุด ครั้นผ่านโต๊ะของท่านปลัดหัวเถิกครึ่งบ้าน ชํ้าเตี้ยม่อต้ออีกต่างหาก อาวุธหนุ่มอันตรายของสังคมเหลือบลังเกตเห็นนายเอนกมองสะโพกมลฤดีตามจนตาแทบถลนออกนอกเบ้า บาร์โหนลดหน้าท้อง ถึงโต๊ะว่างจึงต่างลงนั่ง กระซิบบอกเมีย “รับรองงานนี้ไม่พลาด”หญิงสาวย้อนถาม
“รู้ได้ยังไง ได้รับคำตอบ ตนสังเกตนายห้วเลี่ยนนั่นมองก้นเธอ แถมสูดปากอีกด้วย”
มลฤดีไม่ตอบ เหลือบตาไปมองปลัดมักมากในกาม ส่งโปรยยิ้มให้นิดหนึ่งเป็นการหยั่งเชิง นายเตี้ยแสดงสีหน้าสนใจอยากรู้จักอย่างเห็นได้ชัดมลฤดีจึงกระซิบบอกผัวผู้ร่วมกระบวนการหลอกเหยื่อ “จริงอย่างวุธพูด แกมองฉันตาละห้อยทีเดียว”ไอ้หนุ่มเจ้าเล่ห์หัวเราะเบาและว่า “เดี๋ยวพอพี่ออกไบ่แล้ว คัดการเลยอย่าให้พ้นคืนนี เพราะเงินไม่มีติดตัวแล้วทังสองคน”
บาร์โหน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



